ขายที่นอนในรถ

ขายที่นอนในรถ
ปรับหลังรถของคุณให้เป็นที่นอนสบายๆกับผลิตภัณฑ์ที่นอนในรถ ให้ราคากันเอง 2,200 บาท

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทงล้านนาไทย


ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทงล้านนาไทย


ประเพณีลอยกระทงในภาคเหนือ หรือที่เรียกตามหนังสือตำนานโยนก และจามเทวีวงศ์ว่า “ ประเพณีลอยโขมด ” หรือลอยไฟนั้น เป็นประเพณีที่สนุกสนานครึกครื้นมาก แม้ว่าจะไม่เป็นการใหญ่โตเหมือนปัจจุบัน คือ ก่อนจะถึงวันเพ็ญเดือน ๑๒ ใต้ ก็จัดการปัดกวาดแผ้วถางบ้านเรือนสถานที่ให้สะอาดเรียบร้อย ประดับประดาด้วยธงชาติ จัดเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันหิ้งพระบูชาพระ จัดเตรียมประทีปหรือเทียนขี้ผึ้งไว้สำหรับจุดบูชาพระ ที่ประตูบ้านก็จะหาต้นกล้วย ต้นอ้อย ก้านมะพร้าว หรือไม้อื่น ๆ มาประดิษฐ์ทำเป็นซุ้มประตูป่าแบบต่าง ๆ ให้เป็นที่สวยงาม บ้างก็จัดหาดอกบานไม่รู้โรยหรือที่เมืองเหนือเรียกว่า “ ดอกตะล่อม ” มาร้อยเป็นอุบะห้อยไว้ตามขอบประตู ประตูเรือน หรือประตูห้อง หรือหิ้งบูชาพระ ผู้ที่มีใจศรัทธาแรงกล้าถึงกับทำมาก ๆ แล้วนำไปประดับประดาตามวัดเป็นพุทธบูชา หรือเมื่อประดับประดาดอกไม้เรียบร้อยแล้ว ก็หาโคมญี่ปุ่นหรือประทีปมาเตรียมไว้ เพื่อจะได้ใช้ตามไฟในงาน

ในขณะเดียวกันตามวัดวาอารามหรือสถานที่สำคัญก็จะจัดสถานที่ให้สวยงามเป็นพิเศษ ที่ซุ้มประตูของวัด และในพระวิหารก็จัดตกแต่งด้วยดอกไม้ โคมไฟสวยงาม และบ้างก็ประดิษฐ์โคมไฟชนิดหนึ่ง รอบ ๆ จะมีรูปสัตว์ต่าง ๆ อยู่ภายในโคม แขวนหรือตั้งไว้ในวัด เมื่อจุดไฟแล้วจะมองเห็นภาพต่าง ๆ ในโคมไฟนี้ ตามภาษาพื้นเมือง เรียกว่า “ โคมผัด ” ในงานวันนั้นรอบ ๆ บริเวณก็จะจุดไฟด้วยเทียน หรือตั้งประทีปไว้รอบ ๆ เพื่อเป็นการบูชาระลึกถึงพระพุทธเจ้า นอกจากมีการประดับประดาโคมไฟแล้ว ทุกวัดก็จะมีการทำบุญทางศาสนา ในตอนเช้าของวันเพ็ญและมีการฟังเทศน์มหาชาติ แบบพื้นเมือง ซึ่งการฟังเทศน์พระธรรมกถึกผู้เทศน์จะต้องใช้เคล็ดในการเทศน์ให้ฟังกันอย่างสนุกสนาน และได้เนื้อหาทางศีลธรรมพร้อม ๆ กันไป ซึ่งก็มักจะนิยมให้ท่านเทศน์กัณฑ์มัทรี ชูชก หรือ ที่เมืองเหนือเรียกว่า “ ตุ๊จ๊ก ” กัณฑ์กุมาร มหาราช และนครกัณฑ์ ซึ่งบางแห่งก็มีการเทศน์ทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์เลยทีเดียว และต้อง เริ่มเทศน์ฟังกันตั้งแต่ ๗ - ๘ ค่ำไป ให้สิ้นสุดลงในวันเพ็ญ หรือวันแรม ๑ ค่ำ และต้องนิมนต์พระธรรมกถึกมาจากที่ต่าง ๆ กัน

นอกจากการทำบุญ ฟังเทศน์ตามประเพณีแล้ว ยังมีการปล่อยโคมลอยซึ่งตามประเพณีถือว่าเป็นการปล่อยไป เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งตอนเช้าวันนี้จะได้ยินเสียงประทัด และเห็นโคมลอยขึ้นบนอากาศหลายลูกด้วยกัน

สำหรับประเพณีการลอยกระทงในภาคเหนือนี้ ตามหนังสือพงศาวดารโยนกของพระยาประชากิจกรจักร์ ( แช่ม บุนนาก ) และหนังสือจามเทวีวงค์ ว่าสอดคล้องกันดังนี้ เมื่อจุลศักราช ๓๐๙ หรือ พ . ศ . ๑๔๙๐ พระยาจุเลราชได้ครองราชสมบัติต่อจากกระมลราชในลำพูน สมัยนั้นลำพูนได้เกิดโรคระบาด หรือที่ตำนานว่า “ โรคหิว ”

หรือ “ โรคห่า ” หรือ “ อหิวาตกโรค ” ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นอันมาก พวกที่ยังไม่ตายเห็นว่าถ้าอยู่ในเมืองลำพูนต่อไปก็ต้องตายแน่ จึงพากันอพยพไปอาศัยอยู่ยังเมือง “ สุธรรมวดี ” คือเมืองสะเทิม ประเทศรามัญ หรือมอญ เพราะชาติไทยเราสมัยนั้นลงมาตั้งอยู่แต่เมืองเชียงแสนเท่านั้น ต่อมาพระเจ้าพุกามกษัติรย์พม่าตีได้เมืองสะเทิม และได้เก็บเอาบุตรธิดาของชาวเมืองไปเป็นบาทบริจาริกาเป็นอันมาก เมื่อเบื่อหน้าก็ทอดทิ้งเสีย พวกชาวเมืองหริภุญชัยก็อพยพหลบหนีไปอาศัยอยู่กับพระเจ้าหงสาวดี ซึ่งทรงอนุเคราะห์เป็นอย่างดี ไปอยู่นานถึง ๖ ปี ครั้นทราบว่าโรคระบาดสงบลงแล้ว ก็คิดถึงบ้านเมืองเดิมของตัว ก็พากันกลับมายังลำพูนอีก ครั้นถึงวัน เดือน ปี ครบรอบที่ได้จากพี่น้อง ทางเมืองหงสาวดีมา ก็จัดแต่งธูปเทียน เครื่องสักการะบูชาใส่ในกระทงลอยไปตามแม่น้ำเป็นการส่งเสิมความคิดถึงไปยังญาติพี่น้อง ที่อยู่เมืองหงสาวดีนั้น เรียกวันว่าลอยโขมด หรือลอยไฟ และถือเป็นประเพณีสืบมา

ส่วนตำราพราหมณ์คณาจารย์ กล่าวว่า พิธีลอยประทีป หรือตามประทีปนี้ เป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เรียกว่า “ ประเพณีจองเปรียง ” ทำขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามของพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม เป็นประเภทคู่กันกับลอยกระทง ก่อนจะมีการลอยก็ต้องมีการตามประทีปเสียก่อน ซึ่งพิธีตามประทีปนี้ตามคัมภีร์ของอินเดีย เรียกว่า “ ทีปปาวลี ” กำหนดตามโหราศาสตร์ว่า เมื่อพระอาทิตย์ถึงราศีพิจิก

พระจันทร์อยู่ราศีพฤกษ์เมื่อใด เมื่อนั้นเป็นเวลาตามประทีป แต่ไทยเรามักถือเอาเดือน ๑๒ หรือเดือนยี่เป็งเป็นเกณฑ์ เวลาก็คลาดเคลื่อนกันบ้าง ต่อมาทางการได้สนับสนุนประเพณีนี้ขึ้น เพราะชาวไทยส่วนมากนับถือพุทธศาสนา

เมื่อเห็นว่าเป็นประเพณีที่ดีงาม ก็เลยเอามาแปลงเป็นพิธีทางศาสนา โดยถือว่าเป็นการบูชาพระเจ้าและบูชารอยพระพุทธบาทที่ปรากฏ ณ หาดทรายแม่น้ำนัมนที ซึ่งได้กล่าวมาแล้วในประวัติลอยกระทงปัจจุบันประเพณีลอยกระทงทางเหนือได้จัดขึ้นกันอย่างมโหฬารโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่สนุกครึกครื้นกว่าที่อื่น ๆ ประชาชนจะหลั่งไหลมาจากที่ต่าง ๆ กัน เพื่อมาเที่ยวงานนี้ เทศบาลก็ได้จัดให้ มีการประกวดและการแห่กระทงเป็นที่น่าสนุกสนานยิ่งขึ้น เป็นการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมไทย จัดให้มีการประกวดกระทงใหญ่ ซึ่งบรรดาองค์การส่วนราชการ องค์การส่วนเอกชน สถานศึกษาต่าง ๆ ได้พากันส่งกระทงเข้าประกวดอย่างคับคั่ง ในบริเวณหน้าตึกสำนักงานเทศบาล ก็จะมีการประกวดการประดิษฐ์กระทงเล็ก ด้วยวัสดุต่าง ๆ เป็นต้น 

ที่มา หนังสือ ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย ผู้แต่ง ศาสตราจารย์เกียรติคุณมณี พยอมยงค์ พิมพ์ครั้งที่ ๕ พ . ศ . ๒๕๔๗ ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดเชียงราย
อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถ.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐ 
โทร ๐-๕๓๗๑-๗๔๒๐ โทรสาร ๐-๕๓๗๑-๗๔๕๔ E-mail : chiangrai@m-culture.go.th 
ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อ ๑ พฤศจิยน 2549

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น